การให้อาหารสายยาง ใส่สายยางอยู่ในร่างกายนานๆจะเกิดข้อเสียอะไรหรือไม่การใส่สายยางให้อาหารทิ้งไว้ในร่างกายนานๆ แม้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษา แต่ "ตัวสาย" เองก็ถือเป็นสิ่งแปลกปลอม ซึ่งหากใส่นานเกินกว่าระยะที่กำหนดหรือขาดการดูแลที่เหมาะสม ก็สามารถส่งผลเสียได้หลายด้านครับ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมขอแบ่งข้อเสียและภาวะแทรกซ้อนออกตามประเภทของสาย ดังนี้ครับ:
1. หากเป็นสายทางจมูก (NG Tube) ใส่ไว้นานเกินไป
โดยปกติสายประเภทนี้ควรเปลี่ยนทุก 2-4 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ) หากใส่นานเกินไปอาจเกิดปัญหาดังนี้:
การระคายเคืองและแผลกดทับ: สายที่กดเบียดรูจมูกนานๆ จะทำให้เนื้อเยื่ออักเสบจนเป็นแผลลึก หรือเกิดพังผืดในโพรงจมูก
ภาวะไซนัสอักเสบ (Sinusitis): สายยางอาจไปอุดกั้นทางระบายตามธรรมชาติของโพรงไซนัส ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและการอักเสบตามมา
แผลในลำคอและหลอดอาหาร: การเสียดสีของสายขณะกลืนน้ำลายหรือขยับตัว อาจทำให้เกิดอาการเจ็บคอเรื้อรัง หรือมีแผลถลอกในหลอดอาหาร
สายยางเสื่อมสภาพ: น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งจะกัดกร่อนทำให้สายยางแข็งตัว เปราะแตก หรือมีคราบอาหารและเชื้อราเกาะสะสมภายในสาย
2. หากเป็นสายทางหน้าท้อง (PEG Tube) ในระยะยาว
แม้จะออกแบบมาเพื่อใช้ระยะยาว (6-12 เดือน) แต่ก็มีข้อควรระวัง:
ภาวะ Buried Bumper Syndrome: เกิดจากการที่ฝาพยุงสายด้านในกระเพาะอาหารถูกดึงรั้งจนจมเข้าไปในผนังหน้าท้อง ทำให้ให้อาหารไม่ได้และเกิดการอักเสบรุนแรง (ป้องกันได้ด้วยการหมุนสายเบาๆ สม่ำเสมอ)
การติดเชื้อรอบรูเจาะ (Stoma Infection): หากทำความสะอาดไม่ดี หรือมีน้ำย่อยรั่วซึมออกมาโดนผิวหนังบ่อยๆ จะทำให้ผิวหนังเปื่อยแดงและติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราได้
เนื้อเยื่อเจริญผิดปกติ (Granulation Tissue): ร่างกายอาจสร้างเนื้อเยื่อสีแดงๆ นูนขึ้นมารอบรูเจาะ ซึ่งอาจมีเลือดออกง่ายหรือทำให้เจ็บปวด
3. ผลเสียต่อ "สรีรวิทยา" ในภาพรวม
ไม่ว่าจะใส่สายทางไหน การใช้สายยางนานๆ ส่งผลต่อระบบร่างกายดังนี้ครับ:
กล้ามเนื้อการกลืนอ่อนแรง (Disuse Atrophy): เมื่อไม่ได้เคี้ยวและกลืนอาหารทางปากนานๆ กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องจะลีบตัวลง ทำให้การกลับมาฝึกทานอาหารตามปกติทำได้ยากขึ้น
สุขอนามัยในช่องปากแย่ลง: น้ำลายจะหลั่งน้อยลงเมื่อไม่ได้เคี้ยวอาหาร ส่งผลให้แบคทีเรียในปากเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือปอดอักเสบ
ผลกระทบทางจิตใจ: ผู้ป่วยอาจรู้สึกสูญเสียสุนทรียภาพในการรับรสชาติอาหาร ส่งผลต่อความสุขและความอยากอาหารในระยะยาว
แนวทางการลดข้อเสียสไตล์ Wellness
ปัญหา วิธีป้องกันเชิงรุก
แผลกดทับที่จมูก ขยับตำแหน่งพลาสเตอร์บ่อยๆ และไม่ดึงสายให้ตึงรั้ง
สายอุดตัน/คราบสะสม Flush น้ำสะอาด 30-50 cc ทุกครั้งหลังให้อาหารและยา
กล้ามเนื้อกลืนลีบ หากไม่มีความเสี่ยงสำลักสูง ให้ฝึกอมน้ำแข็งหรือฝึกกลืนน้ำลายสม่ำเสมอ
การติดเชื้อ เปลี่ยนสายตามรอบที่แพทย์กำหนด (ห้ามใส่ลากยาวเกินกำหนด)