ผู้เขียน หัวข้อ: ขนาดของสายยางให้อาหารมีผลต่อผู้ป่วยหรือไม่ ? ในการให้ อาหารสายยาง  (อ่าน 16 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1966
  • ขายฟรีสินค้าในไทย,ลงประกาศฟรี,ทุกหมวดหมู่,เวบบอร์ดรองรับ SEO
    • ดูรายละเอียด
ขนาดของสายยางให้อาหารมีผลต่อผู้ป่วยหรือไม่ ? ในการให้ อาหารสายยาง

ขนาดของสายยาง (French size) มีผลต่อทั้งความสะดวกในการดูแลและความสบายของผู้ป่วยอย่างมากครับ การเลือกขนาดที่ "พอดี" จึงสำคัญไม่แพ้สูตรอาหารเลย

โดยปกติขนาดของสายยางจะวัดเป็นหน่วย French (Fr) (โดย 3 Fr=1 mm ของเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก) ซึ่งผลกระทบมีดังนี้ครับ:


1. ผลต่อความสบายของผู้ป่วย (Patient Comfort)
สายขนาดใหญ่ (16–18 Fr): มักทำให้ผู้ป่วยระคายเคืองจมูกและคอมากกว่า หากใส่เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดแผลกดทับที่ปีกจมูกหรือไซนัสอักเสบได้ง่ายขึ้น

สายขนาดเล็ก (8–12 Fr): ผู้ป่วยจะรู้สึกสบายกว่า กลืนน้ำลายสะดวกกว่า และลดโอกาสการเกิดแผล แต่ใส่ยากกว่าเพราะสายมักจะนิ่มและขดตัวง่าย


2. ผลต่อ "ชนิดอาหาร" ที่ให้
สายขนาดใหญ่: เหมาะสำหรับ อาหารปั่นเอง (BD) เพราะมีโอกาสอุดตันน้อยกว่า สามารถรองรับเศษกากใยที่อาจหลงเหลือจากการกรองได้ดี

สายขนาดเล็ก: เหมาะสำหรับ อาหารสูตรสำเร็จรูป (Commercial Formula) ที่มีความหนืดน้อยและเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน หากใช้อาหารปั่นเองกับสายเล็ก จะเสี่ยงต่อการ "สายตัน" สูงมาก


3. ผลต่อการบริหารยา
สายขนาดเล็กมีความเสี่ยงที่จะตันจาก "เศษยา" ที่บดไม่ละเอียดได้ง่ายกว่าสายขนาดใหญ่มาก ผู้ดูแลต้องบดยาให้เป็นผงแป้งละเอียดที่สุดและล้างสาย (Flush) ด้วยน้ำปริมาณที่มากขึ้น


4. ผลต่อภาวะแทรกซ้อน (Complications)
การสำลัก: สายขนาดใหญ่เกินไปอาจทำให้หูรูดหลอดอาหารปิดไม่สนิท เพิ่มความเสี่ยงที่กรดหรืออาหารจะไหลย้อนขึ้นมาและสำลักลงปอดได้

แผลกดทับ: สายที่ใหญ่และแข็งเกินไป (เช่น สายยางพาราสีส้ม) หากไม่ขยับตำแหน่งพลาสเตอร์ จะทำให้เนื้อเยื่อจมูกอักเสบและเป็นแผลได้ง่าย


💡 เคล็ดลับ

หากผู้ป่วยต้องใส่สายระยะยาว (เกิน 1 เดือน) ผมแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อใช้สายแบบ "ซิลิโคน" ขนาดประมาณ 12 Fr ครับ เพราะสายจะนิ่มกว่า ไม่แข็งตัวเมื่อโดนกรดในกระเพาะ และมีขนาดที่กำลังพอดีสำหรับการให้อาหารและยาโดยไม่ตันง่ายจนเกินไป