การให้ อาหารสายยาง ทางจมูกกับทางหน้าท้องต่างกันอย่างไรการให้อาหารทางสายยางทั้งสองแบบมีจุดประสงค์เดียวกันคือเพื่อส่งสารอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญในเรื่องของ ระยะเวลา ความสบาย และวิธีการดูแล ดังนี้ครับ
1. สายยางทางจมูก (NG Tube)
ลักษณะ: เป็นสายยาวสอดเข้าทางรูจมูก ผ่านลำคอและหลอดอาหาร ลงไปถึงกระเพาะอาหาร มีปลายสายโผล่ออกมาที่จมูก
เหมาะสำหรับ: การใช้งาน ระยะสั้น (ไม่เกิน 4-6 สัปดาห์) เช่น ผู้ป่วยที่รอฟื้นตัวจากการผ่าตัด หรือรอให้การกลืนกลับมาปกติ
ข้อดี:
ใส่ได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องผ่าตัดหรือส่องกล้อง
ราคาอุปกรณ์ถูกกว่า
ข้อเสีย/ความเสี่ยง:
ความเจ็บ: ระคายเคืองจมูกและคอหอยตลอดเวลา รู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ
ภาพลักษณ์: สายโผล่ออกมาที่ใบหน้าชัดเจน อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอายหรือหงุดหงิด
ภาวะแทรกซ้อน: เสี่ยงต่อปอดอักเสบจากการสำลักได้มากกว่า และอาจเกิดแผลกดทับในรูจมูก
การดูแล: ต้องเปลี่ยนสายบ่อย (ทุก 2-4 สัปดาห์) และสายหลุดได้ง่ายหากผู้ป่วยดึง
2. สายยางทางหน้าท้อง (PEG)
ลักษณะ: เป็นสายสั้นๆ ที่เจาะผ่านผิวหนังหน้าท้องเข้าไปในกระเพาะอาหารโดยตรง โดยมักทำผ่านการส่องกล้อง (PEG)
เหมาะสำหรับ: การใช้งาน ระยะยาว (มากกว่า 1 เดือนขึ้นไป) หรือผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยางไปตลอด
ข้อดี:
ความสบาย: ผู้ป่วยสบายตัวกว่ามาก ไม่เจ็บคอ ไม่ระคายเคืองจมูก
ภาพลักษณ์: ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าได้ ผู้ป่วยไปไหนมาไหนได้สะดวกเหมือนคนปกติ
ความปลอดภัย: ลดความเสี่ยงการสำลักอาหารลงปอด และสายอุดตันยากกว่าเพราะมีขนาดใหญ่กว่า
การดูแล: สายมีความทนทาน เปลี่ยนเพียงปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้น
ข้อเสีย/ความเสี่ยง:
ต้องมีการทำหัตถการส่องกล้องหรือผ่าตัดเล็กเพื่อใส่สายครั้งแรก
ต้องดูแลความสะอาดของแผลที่ผิวหนังหน้าท้องเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ค่าใช้จ่ายในการใส่ครั้งแรกสูงกว่า
📊 ตารางสรุปความแตกต่าง
หัวข้อเปรียบเทียบ สายทางจมูก (NG Tube) สายทางหน้าท้อง (PEG)
ระยะเวลาที่แนะนำ ระยะสั้น (< 1 เดือน) ระยะยาว (> 1 เดือน)
ความรู้สึกผู้ป่วย ระคายเคืองจมูก/คอหอย สบายตัว ไม่เกะกะใบหน้า
การใส่สาย ใส่ที่เตียงได้เลย (เจ็บตอนใส่) ต้องส่องกล้อง/ผ่าตัดเล็ก
การเปลี่ยนสาย ทุก 2-4 สัปดาห์ ทุก 6-12 เดือน
ความเสี่ยงการสำลัก สูงกว่า ต่ำกว่า
แผลกดทับ เกิดที่รูจมูก/คอหอย เกิดรอบๆ รูเจาะหน้าท้อง
💡 คำแนะนำในการเลือก
หากผู้ป่วยเพิ่งเริ่มมีปัญหาการกลืนและคาดว่าจะหายในเร็วๆ นี้ สายทางจมูก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ
แต่หากต้องให้อาหารทางสายยางนานๆ หรือผู้ป่วยมีอาการสับสนและดึงสายจมูกบ่อย การใส่สายทางหน้าท้อง จะช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมากครับ